ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)

การยกเว้น Vat  ม.81(1) มีดังต่อไปนี้ พืชผลทางการเกษตร สัตว์ ปุ๋ย ปลาป่น อาหารสัตว์ ยา เคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำราเรียน สถานศึกษา งานศิลปะและวัฒนธรรม การประกอบโรคศิลปะ การสอบบัญชี การว่าความ สถานพยาบาล การวิจัย การให้บริการทางวิชาการ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ สัญญาจ้างแรงงาน จัดแข่งขันกีฬาสมัครเล่น นักแสดงสาธารณะ ขนส่งในราชอาณาจักร ขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งมิใช่โดยอากาศยาน หรือเรือเดินทะเล เช่าอสังหาริมทรัพย์ การให้บริการของส่วนท้องถิ่น การขาย ให้บริการของราชการ การขาย ให้บริการเพื่อประโยชน์ทางศาสนา หรือ สาธารณกุศล อื่นๆ ตาม พรฏ.239

ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี

การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี  (ภงด.51)              แบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.51 กำหนดให้นิติบุคคลที่มีรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่า 12 เดือนมีหน้าที่ต้องยื่นแบบเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดเวลาตาม ม.68 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมทั้งชำระภาษีต่ออำเภอ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ ภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.51 ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติที่จัดทำประมาณการกำไรหรือขาดทุนสุทธิ บริษัทจดทะเบียน ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจฟองซิเอร์ หรือบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเสียภาษีจากกำไรสุทธิ(ขาดทุนสุทธิ)จริงในครึ่งปีแรก   ****ภาษีที่ชำระไว้แล้ว ให้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษี**** ****ห้ามใช้บังคับแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีรอบระยะเวลาบัญชีแรก หรือรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้ายน้อยกว่า 12 เดือน***   ความรับผิดกรณีไม่ยื่นแบบหรือยื่นไม่ครบถ้วน ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ยื่นรายการและชำระภาษี ตาม ม.67 ทวิ (1) หรือยื่นรายการและชำระภาษีตาม ม.67 ทวิ (1) โดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิซึ่งได้เกิดจากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น โดยไม่มีเหตุอันควร บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20[…..]

การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ

การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ 1.1การเลิกจ้างกรณีปกติ การเลิกจ้าง หมายความว่า การที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด การที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป การจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปีให้จ่าย 1 เดือน ของอัตราค่าจ้างงวดสุดท้าย ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปีให้จ่ายไม่น้อยกว่า 3 เดือนของอัตราค่าจ้างงวดสุดท้าย ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่า 6 เดือนของอัตราค่าจ้างงวดสุดท้าย ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่า 8 เดือนของอัตราค่าจ้างงวดสุดท้าย ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่า 8 เดือนของอัตราค่าจ้างงวดสุดท้าย ข้อยกเว้นในการไม่จ่ายค่าชดเชย นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ดังนี้ ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย[…..]

รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารไม่เกิน 10 คน กับนักบัญชี

รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารไม่เกิน 10 คน ตามประกาศอธิบดี ฉบับที่42 ลว. 29 ธ.ค. 2535 ภาษีซื้อต้องห้ามรถยนต์มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตาม กม. สรรพาสามิต รถปิคอัพ 4 ประตู เป็นรถยนต์นั่ง เป็นรายจ่ายทาง CIT (ภาษีเงินได้นิติบุคคล) หักค่าเสื่อมตามกลักเกณฑ์ พรฎ.145 แต่เป็นภาษีซื้อต้องห้าม รถปิคอัพ 2 ประตู ไม่เป็นรถยนต์นั่ง เป็นรายจ่าย CTI (ภาษีเงินได้นิติบุคคล) หักค่าเสื่อมตามหลักเกณฑ์ พรฎ.145 (ประเภทอื่นๆร้อยละ 20 และไม่อยู่ในข้อจำกัด 1 ล้านบาท) และไม่เป็นภาษีต้องห้าม หลักเกณฑ์ ม. 65 ตรี (20) ประกอบกับ พรฎ.315 มูลค่าต้นทุนส่วนที่เกิน1,000,000 บาท เป็นรายจ่ายต้องห้ามและเป็นต้นทุนขายไม่ได้ เช่าซื้อลิสซิ่ง รวม Vat ส่วนที่เกิน 36,000[…..]

ซื้อกระเช้าของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้าถือเป็นค่ารับรองไม่

สวัสดีค่ะ เผลอแป๊ปเดียว นี้ก็ผ่านมาครึ่งปีละสำหรับนักบัญชี  นักบัญชีที่ดีก็ต้องวางแผนเรื่องรายได้และค่าใช้จ่ายอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ลูกค้าหรือเจ้านายบ่นตอนปลายปี คำถามที่เจ้านายมักบ่นเราอยู่เสมอคือ ใบเสร็จค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าที่พัก  ค่าของขวัญปีใหม่ เป็นรายจ่ายทางบัญชีได้ไม่ แล้วเราจะบันทึกเป็นค่าอะไรทางบัญชี และแล้วปัญหาที่นักบัญชีมักพบบ่อยก็คือ วันดีคืนดี เจ้านายก็เอาใบเสร็จค่าอาหารที่ไปทานข้าวกับครอบครัวมายื่นให้ แล้วบอกว่านี้ใช้เป็นค่ารับรองนะ ความเป็นลูกน้องที่ดีก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก็ต้องรับมาด้วยความกระอักกระอวน ถ้าไม่อยากเป็นแบบนั้น นักบัญชีก็ต้องค่อยชี้แจ้งและบอกเจ้านายอยู่เสมอว่าการเลี้ยงรับรองต้องมีหลักเกณฑ์แบบไหนบ้าง เพื่อจะได้ค่อยระวัง วันนี้จะมาพูดเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าเลี้ยงรับรองลูกค้าต่างๆ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้พูดรวมๆก็คือ “ค่ารับรอง” นั้นเองค่ะ วันนี้เรามารู้จักเรื่องค่ารับรองกันค่ะ ค่ารับรอง การใช้สิทธิค่ารับรอง ม.65 ตรี (4 ) ค่ารับรองหรือค่าบริการส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ.2522) ลักษณะของค่ารับรอง.จำนวนรายจ่ายค่ารับรอง จำนวนรายจ่ายค่ารับรอง หลักฐานรายจ่ายค่ารับรอง ค่ารับรองกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 ลักษณะค่ารับรอง เป็นกรณีจำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจทั่วไป และผู้ที่ถูกรับรองต้องไม่ใช่ลูกจ้าง เว้นแต่ลูกจ้างจะมีส่วนเข้าร่วมในการนั้น เป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นประโยชน์ต่อกิจการ เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเครื่องดื่ม ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการกีฬา เป็นต้น[…..]

อบรมสัมมนาเพื่อหัก รายจ่ายได้ 2 เท่า 55 จังหวัดเมืองรอง

ข่าวสารทางภาษีก็จะมีมาอัปเดทเรื่อยๆ ตอนนี้สรรพากรกระตุ้น “เรื่องการอบรมสัมมนา 55 จังหวัดเมืองรอง” โดยรัฐบาลให้สิทธินำรายจ่ายในการจัดอบรมสัมมนา มาหัก ค่าใช้จ่ายสูงสุดได้ 2เท่า  เริ่มวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2561 รายจ่ายค่าอะไรนำมาใช้สิทธิได้บ้าง ค่าสัมมนา ค่าขนส่ง ค่าวิทยากร ค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการอบรมสัมมนา ค่าบริการที่จ่ายให้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากนายทะเบียน เงื่อนไขการใช้สิทธิ การอบรมสัมมนาจัดขึ้นในจังหวัดท่องเที่ยว เมืองรอง 55 จังหวัดหรือเขตพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นใดที่อธิบดีประกาศโดยคำแนะนำของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่ใช้สิทธิซ้ำซ้อนกับรายในการฝึกอบรมให้กับพนักงานของตน หรือของบริษัทในเครือเดียวกันตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับ 437)พ.ศ.2548 มีหลักฐานการจัดทำโครงการอบรมสัมมนาที่ชัดเจน 55 จังหวัดเมืองรองมีอะไรบ้าง นครศรีธรรมราช อุดรธานี เชียงราย ลพบุรี พิษณุโลก สุพรรณบุรี อุบลราชธานี นครนายก หนองคาย สระแก้ว เลย ตาก ตราด เพชรบูรณ์ จันทบุรี มุกดาหาร นครสวรรค์ ราชบุรี สมุทรสงคราม บุรีรัมย์ ชัยภูมิ[…..]

จดบริษัทต้องทำอะไรบ้าง

ขั้นตอนและวิธีการในการจดบริษัท สิ่งที่บริษัทจะต้องดำเนินการทั้งหมด มีดังนี้ จดจัดตั้งบริคณห์สนธิและจดจัดตั้งบริษัทจำกัด ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่กรมสรรพากร ขึ้นทะเบียนนายจ้างกองทุนเงินทดแทน ที่สำนักงานประกันสังคม จัดทำประชุมสามัญ (กรณีจัดตั้งบริษัทใหม่) แบบประกาศหนังสือพิมพ์และอื่นๆ จัดทำแบบคำขอยื่นภาษีผ่านทางอินเตอร์เน็ต ที่กรมสรรพากร จัดทำคำขอยื่นงบการเงินผ่านทางอินเตอร์เน็ต (E-FILING) จัดทำคำขอยื่นขอรหัสผ่านระบบ (E-REGISTRATION) เฉพาะกรรมการเท่านั้น จัดทำสมุดทะเบียนใบหุ้น และใบหุ้นของบริษัท จดทะเบียนการนำส่งข้อมูลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-SERVICES) ที่สำนักงานประกันสังคม

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี

ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีหมายความว่า ผู้มีหน้าที่จัดให้มีการทำบัญชีในกิจการของตนเอง ซึ่งจะต้องมีความรับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของกิจการ  เมื่อพระราชบัญญัติการบัญชี  2543 มีผลบังคับใช้ได้กำหนด ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังต่อไปนี้มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ต้องจัดให้มีการทำบัญชีสำหรับการประกอบธุรกิจของตนโดยมีรายละเอียดหลักเกณฑ์ และวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด